iData RS300 เหมาะกับงานแบบไหนบ้าง? Ring Scanner สำหรับงานที่ต้องสแกนพร้อมใช้มือทำงาน
iData RS300 เหมาะกับงานแบบไหนบ้าง? Ring Scanner สำหรับงานที่ต้องสแกนพร้อมใช้มือทำงาน

iData RS300 เหมาะกับงานแบบไหนบ้าง? Ring Scanner สำหรับงานที่ต้องสแกนพร้อมใช้มือทำงาน

ในคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า โรงงาน หรือธุรกิจ E-Commerce พนักงานจำนวนมากไม่ได้มีหน้าที่เพียง “สแกนบาร์โค้ด” แต่ต้องสแกนพร้อมกับทำงานอื่นไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นหยิบสินค้า ยกกล่อง แยกสินค้า จัดของลงตะกร้า หรือเคลื่อนย้ายสินค้าไปยังจุดต่าง ๆ

ปัญหาจึงเกิดขึ้นเมื่อมือหนึ่งต้องถือ เครื่องสแกนบาร์โค้ด ขณะที่อีกมือหนึ่งต้องจัดการสินค้า

หากเป็นสินค้าขนาดใหญ่ที่ต้องใช้สองมือ ปัญหายิ่งชัดเจนขึ้น เพราะพนักงานต้องสแกนก่อน วางเครื่องสแกน แล้วจึงกลับมายกสินค้า หรือยกสินค้าเสร็จแล้วต้องหยิบเครื่องขึ้นมาใหม่เพื่อสแกนขั้นตอนต่อไป

iData RS300 เป็นอุปกรณ์ประเภท Wearable Ring Scanner หรือแหวนสแกนบาร์โค้ดที่ออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์ลักษณะนี้ โดยเน้นการสวมอุปกรณ์ไว้กับมือ ทำให้พนักงานสามารถสลับระหว่าง “สแกน” และ “หยิบสินค้า” ได้คล่องตัวกว่าเครื่องสแกนแบบถือในหลายสถานการณ์

แล้ว iData RS300 เหมาะกับงานอะไรบ้าง? จำเป็นต้องใช้ในทุกคลังหรือไม่? และงานแบบไหนจะเห็นประโยชน์ของ Ring Scanner ได้ชัดที่สุด?

iData RS300 คืออะไร?

iData RS300 เป็นเครื่องสแกนบาร์โค้ดแบบสวมใส่ หรือ Wearable Ring Scanner ที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัดและสามารถสวมบริเวณนิ้วหรือมือของผู้ปฏิบัติงาน

แนวคิดสำคัญของอุปกรณ์ประเภทนี้คือ Hands-Free Scanning แทนที่พนักงานจะต้องถือเครื่องสแกนขนาดใหญ่ไว้ในมืออยู่ตลอดเวลา ตัวสแกนจะติดอยู่กับมือ ทำให้มือยังสามารถใช้หยิบ จับ หรือเคลื่อนย้ายสินค้าได้สะดวกขึ้น

เมื่อต้องการอ่านบาร์โค้ด พนักงานสามารถหันตัวสแกนไปยังบาร์โค้ดและสั่งอ่านข้อมูลตามรูปแบบการใช้งานของอุปกรณ์ เมื่อสแกนเสร็จแล้วก็สามารถกลับไปหยิบสินค้าต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาหาที่วางเครื่องสแกน

จึงเหมาะกับงานที่มีรูปแบบซ้ำ ๆ อย่าง สแกน → หยิบ → วาง → สแกน → หยิบ → วาง ตลอดทั้งวัน

จุดเด่นของ Ring Scanner ไม่ได้อยู่แค่การสแกน

หากมองเพียงความสามารถในการอ่านบาร์โค้ด หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ใช้เครื่องสแกน Handheld แบบทั่วไป?

คำตอบคือ จุดแตกต่างสำคัญอยู่ที่ Workflow

สมมติว่าพนักงาน Picking ต้องหยิบสินค้าจากชั้นวาง หากใช้ Handheld Scanner ขั้นตอนอาจเป็น หยิบเครื่องสแกน → เล็งบาร์โค้ด → สแกน → เก็บหรือวางเครื่อง → หยิบสินค้า แต่หากใช้ iData RS300 ที่สวมอยู่กับมือ ขั้นตอนสามารถลดให้ใกล้เคียงกับ สแกน → หยิบสินค้า

ความแตกต่างเพียงไม่กี่วินาทีอาจดูไม่มากในหนึ่งครั้ง แต่ถ้าพนักงานต้องทำขั้นตอนนี้ 1,000 หรือ 2,000 ครั้งต่อวัน เวลาที่สะสมสามารถกลายเป็นเรื่องสำคัญได้

1. iData RS300 เหมาะกับงาน Picking

งานแรกที่เหมาะกับ iData RS300 อย่างชัดเจนคืองาน Picking หรือการหยิบสินค้าในคลัง พนักงาน Picking ต้องเดินไปยัง Location ตามรายการที่ระบบกำหนด ตรวจสอบสินค้า สแกนบาร์โค้ด หยิบตามจำนวน และนำไปยังตะกร้าหรือรถเข็น

ขั้นตอนนี้เกิดขึ้นซ้ำตลอดทั้งกะ ยิ่งคลังมีออเดอร์มาก จำนวนครั้งในการสแกนก็ยิ่งสูง Ring Scanner ช่วยให้พนักงานไม่ต้องหยิบและวางเครื่องสแกนซ้ำทุกครั้ง ทำให้มือพร้อมสำหรับการหยิบสินค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะคลังที่มีสินค้าหลากหลายขนาด ตั้งแต่สินค้าชิ้นเล็กไปจนถึงกล่องที่ต้องใช้สองมือยก

2. เหมาะกับ Batch Picking

ธุรกิจ E-Commerce ที่มีออเดอร์จำนวนมากอาจใช้วิธี Batch Picking แทนที่จะหยิบสินค้าทีละออเดอร์ พนักงานจะรวบรวมหลายออเดอร์ไว้ในรอบเดียว แล้วเดินหยิบสินค้าตามเส้นทางที่กำหนด ตัวอย่างเช่น รถ Picking Cart มีตะกร้า 10 ใบสำหรับ 10 ออเดอร์ พนักงานเดินไปยัง Location แรก สแกนสินค้า หยิบตามจำนวน แล้วแยกลงตะกร้าที่ถูกต้อง จากนั้นเดินไป Location ถัดไปและทำซ้ำ

Workflow ลักษณะนี้พนักงานต้องใช้มือทั้งเข็นรถ หยิบสินค้า และแยกสินค้าลงตะกร้า การมีเครื่องสแกนติดอยู่กับมืออย่าง iData RS300 จึงช่วยลดภาระในการถือ Scanner เพิ่มอีกหนึ่งชิ้น

3. เหมาะกับ Zone Picking

คลังสินค้าขนาดใหญ่อาจแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลาย Zone และให้พนักงานแต่ละคนรับผิดชอบพื้นที่ของตัวเอง เมื่อมีคำสั่ง Picking เข้ามา พนักงานจะหยิบเฉพาะสินค้าที่อยู่ใน Zone ที่รับผิดชอบ ก่อนส่งต่อสินค้าไปยังขั้นตอนถัดไป

รูปแบบนี้มักต้องการความเร็วสูง เพราะพนักงานในแต่ละ Zone อาจได้รับคำสั่งงานต่อเนื่องตลอดเวลา หากต้องหยิบ Scanner ขึ้นมาและเก็บทุกครั้ง Workflow จะมีการเคลื่อนไหวเพิ่มเติมตลอดทั้งวัน Ring Scanner จึงเหมาะกับงานที่ต้องการลด Micro Movement หรือการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำจำนวนมาก

4. เหมาะกับงาน Sortation หรือแยกสินค้า

หลังจากหยิบสินค้ามาแล้ว บางคลังต้องมีขั้นตอน Sortation เพื่อแยกสินค้าไปตามออเดอร์ ปลายทาง หรือช่องจัดส่ง พนักงานอาจต้องหยิบสินค้าจากภาชนะหนึ่ง แล้วนำไปวางในอีกช่องหนึ่ง

หาก Workflow กำหนดให้ต้องสแกนสินค้าและสแกนปลายทางเพื่อยืนยันความถูกต้อง งานจะมีลักษณะ สแกนสินค้า → หยิบ → สแกนช่อง → วางสินค้า ขั้นตอนนี้เหมาะกับ Ring Scanner เพราะพนักงานต้องสลับระหว่างการอ่านบาร์โค้ดและการใช้มือจัดการสินค้าอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ไม่ต้องถือเครื่องสแกนแยกอยู่ในมือ

5. เหมาะกับงาน Packing ที่ต้องใช้มือจัดสินค้า

จุด Packing บางประเภทอาจใช้เครื่องสแกนแบบตั้งโต๊ะหรือ Handheld ได้ดีอยู่แล้ว แต่บาง Workflow พนักงานต้องขยับและจัดสินค้าจำนวนมาก เช่น หยิบสินค้าจากตะกร้า สแกน ตรวจสอบจำนวน จัดลงกล่อง ใส่วัสดุกันกระแทก และปิดกล่อง หากพนักงานต้องหยิบ Scanner ขึ้นมาทุกครั้ง การทำงานอาจไม่ต่อเนื่อง

iData RS300 สามารถเป็นอีกทางเลือกสำหรับ Packing Station ที่มีการสแกนจำนวนมากและพนักงานต้องใช้มือจัดสินค้าแทบตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม หากเป็นจุด Packing ที่สินค้าถูกนำมาวางอยู่ในตำแหน่งเดิมตลอด เครื่องสแกนแบบ Fixed หรือ Presentation Scanner อาจเหมาะกว่า ดังนั้นต้องดู Workflow จริงก่อนเลือกอุปกรณ์

6. เหมาะกับงาน Loading และเคลื่อนย้ายกล่อง

งาน Loading เป็นอีกสถานการณ์ที่เห็นปัญหา “มือไม่ว่าง” ได้ชัดเจน พนักงานอาจต้องยกกล่องขึ้นพาเลท รถเข็น หรือรถขนส่ง พร้อมกับสแกนบาร์โค้ดเพื่อยืนยันว่ากล่องถูกส่งไปยังปลายทางที่ถูกต้อง

กล่องบางใบต้องใช้สองมือยก หากใช้เครื่องสแกน Handheld พนักงานต้องหาที่วาง Scanner ก่อนยกกล่องทุกครั้ง เมื่อใช้ Ring Scanner อุปกรณ์ยังอยู่กับมือ หลังจากสแกนแล้วพนักงานสามารถใช้สองมือจับสินค้าได้ทันที จึงช่วยลดขั้นตอนการวางและหยิบอุปกรณ์ระหว่างการเคลื่อนย้ายสินค้า

7. เหมาะกับงานรับสินค้าเข้าคลังบางรูปแบบ

ใน Receiving หรือการรับสินค้าเข้าคลัง พนักงานอาจต้องเปิดกล่อง ยกสินค้าออกมา ตรวจสอบจำนวน และสแกนบาร์โค้ด หากเป็นงานที่มีสินค้าจำนวนมากและต้องสแกนต่อเนื่อง Ring Scanner สามารถช่วยเพิ่มความคล่องตัวได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่พนักงานต้องใช้มือขยับกล่องหรือแยกสินค้าอยู่ตลอดเวลา

แต่ถ้า Receiving Station เป็นโต๊ะประจำจุด และพนักงานสามารถใช้ Scanner แบบตั้งโต๊ะได้สะดวกอยู่แล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ Ring Scanner นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การเลือกอุปกรณ์ควรดูจากลักษณะงาน ไม่ใช่เพียงดูว่าอุปกรณ์รุ่นใดใหม่กว่า

8. เหมาะกับงานตรวจนับสต๊อกหรือไม่?

iData RS300 สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงาน Stock Count ได้ โดยเฉพาะงานที่พนักงานต้องขยับสินค้าเพื่อเข้าถึงบาร์โค้ด ตัวอย่างเช่น ชั้นหนึ่งมีสินค้าหลายกล่องวางซ้อนกัน พนักงานต้องยกกล่องด้านหน้าออกเพื่อสแกนกล่องด้านหลัง

หากต้องถือ Scanner อยู่ตลอดเวลา จะเหลือมือเพียงข้างเดียวสำหรับจัดการสินค้า Ring Scanner ทำให้พนักงานสามารถใช้มือทำงานได้คล่องตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากการนับสต๊อกต้องกรอกจำนวนและดูข้อมูลจำนวนมาก อาจต้องใช้งาน RS300 ร่วมกับ Mobile Computer หรืออุปกรณ์หลักที่เหมาะสม เพื่อแสดงรายการและรับข้อมูลจากระบบ

9. เหมาะกับงานสายการผลิต

ประโยชน์ของ Ring Scanner ไม่ได้จำกัดอยู่ใน Warehouse ในโรงงาน พนักงานบางตำแหน่งต้องจับชิ้นงาน ประกอบชิ้นส่วน และสแกน Serial Number หรือบาร์โค้ดในแต่ละขั้นตอน หากต้องหยิบเครื่องสแกนขึ้นมาทุกครั้ง กระบวนการผลิตจะมีขั้นตอนเพิ่มเติม

Wearable Scanner สามารถช่วยให้พนักงานสลับระหว่างการสแกนและการจับชิ้นงานได้คล่องตัวขึ้น ตัวอย่างเช่น สแกนชิ้นส่วน → ประกอบ → สแกนชิ้นงานถัดไป หรือ สแกน Serial Number → ตรวจสอบ → ส่งต่อสถานีถัดไป งานที่มีการสแกนซ้ำเป็นจำนวนมากจึงเป็นอีกกลุ่มที่สามารถพิจารณา iData RS300 ได้

10. เหมาะกับธุรกิจ E-Commerce

E-Commerce เป็นธุรกิจที่ต้องแข่งกับเวลา หลังลูกค้ากดสั่งซื้อ ระบบต้องส่งคำสั่งไปยังคลัง พนักงานต้อง Picking, Sorting, Packing และเตรียมส่งให้บริษัทขนส่ง ยิ่งออเดอร์ต่อวันมาก ความเร็วในแต่ละขั้นตอนยิ่งสำคัญ

สมมติว่าพนักงานหนึ่งคนต้องสแกน 2,000 ครั้งต่อวัน และสามารถลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นได้เพียง 1 วินาทีต่อครั้ง 2,000 วินาทีเท่ากับประมาณ 33 นาที หากมีพนักงาน Picking 20 คน เวลาที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ไม่ใช่การรับประกันว่า RS300 จะลดเวลาได้เท่านี้ในทุกคลัง ผลลัพธ์จริงต้องวัดจาก Workflow ของแต่ละองค์กร

iData RS300 ต้องใช้คู่กับอะไร?

Ring Scanner ทำหน้าที่หลักในการอ่านบาร์โค้ด แต่การจัดการข้อมูล Picking, Inventory หรือ WMS ยังต้องอาศัยระบบที่เกี่ยวข้อง ในหลาย Workflow จึงมีการใช้ Ring Scanner ร่วมกับอุปกรณ์หลัก เช่น Mobile Computer หรืออุปกรณ์ Android ที่รองรับ อุปกรณ์หลักทำหน้าที่แสดงข้อมูล เช่น ต้องหยิบสินค้าอะไร Location อยู่ที่ไหน ต้องหยิบจำนวนเท่าไร งานถัดไปคืออะไร

ขณะที่ iData RS300 ทำหน้าที่ช่วยอ่านบาร์โค้ดให้พนักงานโดยไม่ต้องถือ Scanner ขนาดใหญ่ ดังนั้น ก่อนเลือกใช้ควรตรวจสอบทั้งเรื่องการเชื่อมต่อ อุปกรณ์หลัก และความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์ขององค์กร

Ring Scanner กับ Handheld Scanner เลือกอะไรดี?

คำตอบขึ้นอยู่กับลักษณะงาน หากพนักงานยืนอยู่ที่จุดเดียวและไม่ได้ใช้มือจัดการสินค้ามาก เครื่องสแกน Handheld อาจเพียงพอและใช้งานได้สะดวก

แต่หากพนักงานต้องเดินตลอดเวลา สแกนบ่อย และใช้มือหยิบสินค้าต่อเนื่อง Ring Scanner จะเริ่มมีข้อได้เปรียบ จำง่าย ๆ ว่า ถ้างานมี 3 อย่างพร้อมกัน คือ เดินบ่อย + สแกนบ่อย + หยิบของบ่อย นั่นคือ Workflow ที่ควรพิจารณาอุปกรณ์แบบ Wearable Scanner

ถ้าต้องใช้สองมือยกของ RS300 ช่วยอย่างไร?

นี่เป็นหนึ่งใน Use Case ที่ชัดเจนที่สุด สมมติพนักงานต้องสแกนกล่องก่อนนำขึ้นรถเข็น หากถือ Scanner อยู่ในมือ พนักงานต้องสแกนก่อน แล้ววาง Scanner ลง จากนั้นจึงใช้สองมือยกกล่อง เมื่อไปถึงจุดต่อไปก็ต้องกลับมาหา Scanner อีกครั้ง

แต่ถ้า Scanner สวมติดอยู่กับมือ หลังจากสแกนแล้วพนักงานสามารถใช้มือทั้งสองข้างจับกล่องได้ จุดสำคัญคือ RS300 ไม่ได้ช่วยให้กล่องเบาลง แต่ช่วยลดขั้นตอนการจัดการอุปกรณ์ระหว่างการยกกล่อง

ประโยชน์ด้าน Accuracy

การเพิ่มความเร็วไม่ควรแลกกับความถูกต้อง หากพนักงานหยิบสินค้าผิด SKU แม้จะหยิบได้เร็วขึ้นก็ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้ธุรกิจ

การใช้บาร์โค้ดช่วยสร้างจุดตรวจสอบใน Workflow ตัวอย่างเช่น ระบบกำหนดให้หยิบสินค้า SKU A พนักงานสแกนสินค้าก่อนหยิบ หากรหัสที่อ่านได้ไม่ตรงกับรายการ ระบบ WMS สามารถออกแบบให้แจ้งเตือนได้

Ring Scanner ช่วยให้ขั้นตอนการตรวจสอบนี้ทำได้ง่ายขึ้น เพราะพนักงานไม่ต้องหยิบ Scanner ขึ้นมาทุกครั้ง จึงช่วยสนับสนุนแนวคิดที่ต้องการทั้ง Picking Speed และ Picking Accuracy ไปพร้อมกัน

Ergonomics สำคัญพอ ๆ กับความเร็ว

เนื่องจาก iData RS300 เป็นอุปกรณ์ที่ต้องสวมอยู่กับมือ สิ่งที่ควรทดสอบจริงคือความรู้สึกของพนักงานหลังใช้งานหลายชั่วโมง อย่าทดลองเพียง 5 นาทีแล้วตัดสินใจ

ควรให้พนักงานทดลองใช้ในกะจริง เพื่อดูว่าการสวมใส่เข้ากับลักษณะการจับสินค้า การใช้ถุงมือ และการเคลื่อนไหวประจำวันหรือไม่ อุปกรณ์ Wearable ที่ดีควรช่วยลดขั้นตอนโดยไม่สร้างภาระใหม่ให้กับผู้ใช้งาน

ไม่ใช่ทุกคลังจำเป็นต้องใช้ RS300

หากคลังมีออเดอร์วันละไม่มาก พนักงานสแกนเพียงไม่กี่สิบครั้ง หรือทำงานอยู่ประจำโต๊ะ การลงทุนใน Ring Scanner อาจไม่สร้างความแตกต่างมากนัก

ประโยชน์จะชัดขึ้นเมื่อจำนวน Scan สูง เช่น พนักงานต้องสแกนหลายร้อยหรือหลายพันครั้งต่อกะ เพราะทุกครั้งที่ลดขั้นตอนการหยิบ–วาง Scanner ได้ เวลาที่ประหยัดจะถูกสะสมไปเรื่อย ๆ

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจควรดูตัวเลข Scans per Worker per Shift หรือจำนวนครั้งที่พนักงานหนึ่งคนต้องสแกนต่อกะ

อย่าดูแค่ความเร็วในการสแกน

เมื่อเลือก เครื่องสแกนบาร์โค้ดสำหรับคลังสินค้า หลายคนให้ความสำคัญกับคำว่า “สแกนเร็ว” แต่สำหรับ Ring Scanner ความเร็วของตัว Scan Engine เป็นเพียงส่วนหนึ่ง

สิ่งที่ควรดูควบคู่กันคือ น้ำหนัก รูปทรง วิธีสวม การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลัก ระยะเวลาการใช้งาน ความเข้ากันได้กับระบบ และประเภทบาร์โค้ดที่ต้องอ่านจริง เพราะหากเครื่องสแกนเร็ว แต่พนักงานไม่สะดวกในการสวมใส่ตลอดกะ ประโยชน์ด้าน Productivity ก็อาจลดลง

ก่อนนำ iData RS300 ไปใช้ ควรทดลอง Workflow จริง

วิธีที่ดีที่สุดในการประเมิน Ring Scanner คือการทดลองกับพื้นที่จริง เลือกพนักงาน Picking จำนวนหนึ่ง แล้ววัดข้อมูลก่อนใช้งาน เช่น จำนวนรายการที่หยิบต่อชั่วโมง เวลาเฉลี่ยต่อออเดอร์ จำนวน Scan ต่อกะ และ Picking Error จากนั้นทดลองใช้ iData RS300 กับ Workflow เดิม

หลังจากนั้นจึงเปรียบเทียบว่า Productivity เปลี่ยนแปลงหรือไม่ พนักงานรู้สึกสะดวกขึ้นหรือเปล่า และมีปัญหาใหม่เกิดขึ้นหรือไม่ ข้อมูลจริงจะช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้ดีกว่าการเลือกจากสเปกเพียงอย่างเดียว

สรุป: iData RS300 เหมาะกับงานแบบไหนบ้าง?

iData RS300 เหมาะกับงานที่มี 3 ลักษณะสำคัญ คือ ต้องสแกนบ่อย ต้องเคลื่อนที่ และต้องใช้มือจัดการสินค้า ตัวอย่างงานที่เหมาะ ได้แก่ Picking, Batch Picking, Zone Picking, Sortation, Packing บางรูปแบบ, Receiving, Stock Count, Loading และงานสายการผลิตที่ต้องสแกนชิ้นงานต่อเนื่อง

จุดเด่นของ Ring Scanner ไม่ได้อยู่เพียงการอ่านบาร์โค้ด แต่คือการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากเครื่องสแกนที่ “ต้องถือ” มาเป็นเครื่องสแกนที่ “สวมติดกับมือ” จึงช่วยลดขั้นตอน หยิบ Scanner → สแกน → วาง Scanner → หยิบสินค้า ให้ใกล้เคียงกับ สแกน → หยิบ → ไปต่อ สำหรับคลังที่พนักงานสแกนเพียงไม่กี่ครั้งต่อวัน ความแตกต่างอาจไม่ชัดเจน

แต่สำหรับศูนย์กระจายสินค้า คลัง E-Commerce โรงงาน หรือธุรกิจที่พนักงานต้องสแกนหลายร้อยถึงหลายพันครั้งต่อกะ การลด Micro Movement ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ สามารถช่วยสร้าง Workflow ที่คล่องตัวขึ้นได้

ดังนั้น คำถามก่อนเลือก iData RS300 ไม่ควรมีเพียงว่า “เครื่องนี้สแกนบาร์โค้ดได้เร็วแค่ไหน?” แต่ควรถามว่า “ทุกวันนี้พนักงานของเราต้องหยิบและวางเครื่องสแกนวันละกี่ครั้ง?”

หากคำตอบคือ “หลายร้อยหรือหลายพันครั้ง” และพนักงานยังต้องใช้สองมือหยิบ ยก หรือจัดสินค้าอยู่ตลอดเวลา การเปลี่ยนมาใช้ iData RS300 Ring Scanner ก็เป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจสำหรับการลดขั้นตอน เพิ่มความคล่องตัว และพัฒนาประสิทธิภาพของงาน Picking และ Warehouse Operation ให้ดีขึ้น

รับประกันสินค้า

ส่งฟรีทั่วประเทศ

บริการประทับใจ

สินค้าแท้ 100 %

บทความที่เกี่ยวข้อง